ปฏิทิน
ผู้ใช้งานออนไลน์
เรามี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
COPD (Chronic Obstructive Pulmonary Disease)
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เรียบเรียงโดย มณฑิชา วิไลกิจ
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (chronic obstructive pulmonary disease : COPD) เป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อยมากอย่างหนึ่ง ในประเทศไทยพบถึงร้อยละ2.7-10.1 และล่าสุดมีการสำรวจผู้สูงอายุในชุมชนย่านฝั่งธนบุรีพบผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังประมาณร้อยละ7.1 จัดเป็นโรคที่มีความสำคัญเป็นลำดับที่5และคาดว่าจะเป็นสาเหตุการตายที่พบบ่อยเป็นลำดับที่3ต่อไปในภายหน้า (รุ่งนิรันดร์ ประดิษฐสุวรรณ, 2544:88) เนื่องจากประชากรไทยมีอายุยืนขึ้น สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นพิษมากขึ้น รวมถึงมีผู้สูบบุหรี่มากขึ้น บางคนสูบตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นระยะเวลาในการสูบจะมากขึ้นทำให้ปอดถูกทำลาย การยืดหยุ่นของปอดลดลง มีการอักเสบของทางเดินหายใจ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอมีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อยง่าย ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ก่อให้เกิดความวิตกกังวล ทำให้ขาดกำลังใจในการต่อสู้และดูแลรักษาโรคของตนเอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคได้หลายอย่างดังนั้นหากทีมสุขภาพสามารถรณรงค์ให้ประชาชนทราบถึงสาเหตุของการเกิดโรคและส่งเสริมให้ทุกคนเฝ้าระวังป้องกันสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัวได้ย่อมสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดโรคและมีประโยชน์ต่อสุขภาพเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมทั่วไป โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ผู้ป่วยจะมีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ จนส่งผลให้ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ดังนั้นสิ่งที่ผู้ป่วยและผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยต้องยอมรับก็คือความจำเป็นที่จะต้องต่อสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น การพยายามผ่อนหนักให้เป็นเบาเมื่ออาการดีขึ้นต้องดูแลตนเองต่อที่บ้าน พยาบาลซึ่งใกล้ชิดผู้ป่วยจึงมีบทบาทสำคัญในการดูแล และประคับประคองผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อช่วยให้อยู่อย่างมีความสุขในขณะที่อยู่ในโรงพยาบาล รวมทั้งการให้คำแนะนำในการดูแลตนเองที่บ้านแก่ผู้ป่วยและญาติ เพื่อให้ผู้ป่วยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (chronic obstructive pulmonary disease : COPD) เป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อยมากอย่างหนึ่ง ในประเทศไทยพบถึงร้อยละ2.7-10.1 และล่าสุดมีการสำรวจผู้สูงอายุในชุมชนย่านฝั่งธนบุรีพบผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังประมาณร้อยละ7.1 จัดเป็นโรคที่มีความสำคัญเป็นลำดับที่5และคาดว่าจะเป็นสาเหตุการตายที่พบบ่อยเป็นลำดับที่3ต่อไปในภายหน้า (รุ่งนิรันดร์ ประดิษฐสุวรรณ, 2544:88) เนื่องจากประชากรไทยมีอายุยืนขึ้น สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นพิษมากขึ้น รวมถึงมีผู้สูบบุหรี่มากขึ้น บางคนสูบตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นระยะเวลาในการสูบจะมากขึ้นทำให้ปอดถูกทำลาย การยืดหยุ่นของปอดลดลง มีการอักเสบของทางเดินหายใจ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอมีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อยง่าย ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ก่อให้เกิดความวิตกกังวล ทำให้ขาดกำลังใจในการต่อสู้และดูแลรักษาโรคของตนเอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคได้หลายอย่างดังนั้นหากทีมสุขภาพสามารถรณรงค์ให้ประชาชนทราบถึงสาเหตุของการเกิดโรคและส่งเสริมให้ทุกคนเฝ้าระวังป้องกันสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัวได้ย่อมสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดโรคและมีประโยชน์ต่อสุขภาพเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมทั่วไป โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ผู้ป่วยจะมีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ จนส่งผลให้ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ดังนั้นสิ่งที่ผู้ป่วยและผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยต้องยอมรับก็คือความจำเป็นที่จะต้องต่อสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น การพยายามผ่อนหนักให้เป็นเบาเมื่ออาการดีขึ้นต้องดูแลตนเองต่อที่บ้าน พยาบาลซึ่งใกล้ชิดผู้ป่วยจึงมีบทบาทสำคัญในการดูแล และประคับประคองผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อช่วยให้อยู่อย่างมีความสุขในขณะที่อยู่ในโรงพยาบาล รวมทั้งการให้คำแนะนำในการดูแลตนเองที่บ้านแก่ผู้ป่วยและญาติ เพื่อให้ผู้ป่วยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น|
|
ภาพกิจกรรม


dsc05239_resize
dsc05241_resize
dsc05242_resize
dsc05243_resize
dsc05244_resize
dsc05246_resize
dsc05248_resize
dsc05249_resize
dsc05250_resize
dsc05251_resize
dsc05252_resize
dsc05253_resize
dsc05254_resize
dsc05258_resize
dsc05261_resize
dsc05262_resize
dsc05263_resize
dsc05266_resize
dsc05268_resize
dsc05270_resize
dsc05275_resize
dsc05276_resize
dsc05278_resize
dsc05280_resize
dsc05281_resize
dsc05282_resize
dsc05285_resize
dsc05287_resize
dsc05288_resize
dsc05289_resize
dsc05292_resize
dsc05293_resize
dsc05295_resize
dsc05297_resize
dsc05298_resize
dsc05299_resize
dsc05302_resize
dsc05303_resize
dsc05305_resize
dsc05306_resize
dsc05312_resize
ข่าวสาร เพื่อสุขภาพ
ใบหมี่...สมุนไพรสำหรับเส้นผม ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ใบหมี่เป็นพืชที่ให้สารเมือกที่มีประโยชน์ทางเครื่องสำอางโดยมีการนำมาทำยา สระผม ใบหมี่เป็นพืชในท้องถิ่น หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ชาวบ้านนิยมนำมาใช้สระผมเนื่องจากมีสารเมือก (mucilage) ที่มี polysac charide เป็นองค์ประกอบหลัก สารสกัดจากใบหมี่มีสารสำคัญที่มีสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืดสำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางหรือยาที่ใช้ภายนอก ใบหมี่ มีชื่อในตำรับ ยาล้านนาว่า หมีเหม็น มีชื่อในท้องถิ่นอื่นในภาคเหนือว่า มะเย้อ, ยุบเหยา, หมีเหม็น, ยุกเยา, ยุบเย้า, ดอกจุ๋ม (ลำปาง), หมี่, ตังสีไพร (พิษณุโลก) เป็นต้น... |
"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง |
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผลสามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง |
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสียผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้ |
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง |








